ประวัติของ เมาริซิโอ อิสล่า

ประวัติของ เมาริซิโอ อิสล่า

ชื่อ-สกุล : เมาริซิโอ อิสล่า     

วันที่เกิด : 12 มิถุนายน 1988

บ้านเกิด : บูอิน, ชิลี                 

ชาว : ชิลี

ตำแหน่ง : แบ็คขวา

สูง : 177 cm.

 

ประวัติส่วนตัว

          เมาริซิโอ อิสล่า  เป็นนักบอลอาชีพชาวชิลีที่อยู่กับทีม ยูเวนตุส แล้วลงเตะให้ทีมชาติชิลี ตามแทคติกและตัวเขาสามารถเตะได้ในหลายตำแหน่ง ไม่ว่าจะ ปีกขวา วิงแบ็คขวาหรือที่เรียกว่า “ฟูลแบ็คขวา” และมิดฟิลด์ตัวกลาง ซึ่งอิสล่าคือคนที่มีความแข็งแกร่งของร่างกายค่อนข้างมาก รวมกับเทคนิค, ฝีเท้าและความทรหดอดทน

การเข้ามาทำสโมสรของ มาร์เซโล่ บิเอลซ่า กุนซือ คนใหม่ของทีมชาติชิลี ทำให้ เจ้าตัว ถูกเรียกติดสโมสรชุดใหญ่ในอายุเพียงแค่ 19 ปีเท่านั้นที่เดือน กันยายน 2007 และลงเตะในการแข่งขันที่พบกับ สวิตเซอร์แลนด์ เผชิญหน้ากับ โกคาน อินแลร์ เพื่อนร่วมทีม โดยรับตำแหน่งเป็นมิดฟิลด์ตัวกลาง เขายังลงแข่งช่วยทีมชาติในอีกหลายรายการคือ

 ฟุตบอลโลกรอบคัดเลือก 2010

  บอลโลกรอบสุดท้าย 2010 ที่ประเทศแอฟริกาใต้ 

 โคปา อเมริกา 2011 ในประเทศอาร์เจนติน่า

ฟุตบอลโลกรอบคัดเลือก 2014 ในการแข่งขัน โคปา อเมริกา 2015 ที่ประเทศบ้านเกิดของพวกเขาเป็นเจ้าภาพ

อิสล่า สามารถยิงประตูชัยที่เวลา 81 ให้สโมสรเอาชนะแชมป์เก่าอย่าง อุรุกวัย ไปได้ 1-0 และพาทีมทะลุเข้าสู่รอบ 4 ทีมสุดท้ายได้เป็นครั้งแรกนับตั้งแต่ปี 1999

เครดิต : sbobet

โปรไฟล์ของ โฮนาส กูเตียเรซ

โปรไฟล์ของ โฮนาส กูเตียเรซ

ชื่อจริง : โฮนาส กูเตียเรซ

วันเกิด : 5 กรกฎาคม 1983

เกิดที่ : ซานซ์ เปญ่า  ประเทศอาร์เจนติน่า  

เชื้อชาติ : อาร์เจนติน่า

ความสูง : 184 ซม.

ทีม: สโมสร : นอริช ซิตี้   ตำแหน่ง : กองกลาง

ประวัติส่วนตัว            

            โฮนาส กูเตียเรซ เกิดที่ ซานส์ เปญ่า เมืองบูเอโนสไอเรส ประเทศอาร์เจนติน่า โฮนาส  กูเตียเรซลงเตะให้ เบเลซ ซาร์ซฟิลด์ ตั้งแต่ปี 2001 – 2005 และไฮไลต์ที่สำคัญอยู่ที่การเป็นส่วนหนึ่งของทีมชุดแชมป์พรีเมียร์ ดิวิชั่น เคลาซูร่า เมื่อซีซั่น 2005 แล้วหลังจากได้แชมป์ปี 2005 ตัวเขาได้เปลี่ยนทีมมาอยู่กับ เรอัล มายอร์ก้า ทีมแห่งศึก ลา ลีกา สเปน

และในปี 2008 – 2009 โฮนาส กูเตียเรซ ได้เปลี่ยนมาร่วมสโมสรกับ นิวคาสเซิล ยูไนเต็ด โดยไม่เปิดเผยค่าตัว พร้อมกับสัญญา 5 ปี ณ วันที่ 2 กรกฎาคม 2008 ตัวเขาเลือกใช้นามว่า โฮนาส พร้อมสวมเสื้อเบอร์ 18 โดยโฮนาส กูเตียเรซให้เหตุผลว่า ผมชอบชื่อนี้ เขาได้ประเดิมให้สโมสรสาลิกาดง เมื่อวันที่ 17 สิงหาคม 2008 โฮนาส กูเตียเรซเตะได้อย่างน่าภาคภูมิใจนำทีมเสมอแมนยู 1-1

และการมาของ เดเมี่ยน ดัฟฟ์ ทำให้เจ้าตัวต้องสลับไปมาระหว่างการเล่นตำแหน่ง ปีกซ้ายและขวา ประตูแรกของเขามาในเกมที่ปะทะกับ ปีเตอร์โบโร่ ด้วยการหลบผู้เล่นถึง 5 คนก่อนซัดเข้าไปเต็มที่ พร้อมดีใจด้วยการสวมหน้ากากสไปเดอร์แมน ตอนจบซีซั่นเจ้าตัวนำสโมสีขึ้นพรีเมียร์ ลีกได้สำเร็จ  ถัดมาในปี 2010 ลีโอเนล เมสซี่ เคยให้สัมภาษณ์ชมเขาว่า เป็นนักบอลที่เยี่ยมที่สุดคนหนึ่งของพรีเมียร์ ลีก

ต่อมาในปี 2010 – 2011ซีซั่นนี้เขารับตำแหน่งปีกซ้ายสำรองของ ฮาเต็ม เบน อาร์กฟา กูเตียเรซ เตะประตูแรกของปีนี้ ในการแข่งขันที่ชนะ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ 2-1 เมื่อวันที่ 3 ตุลาคม 2010 และยิงประตูได้อีก ในซึกที่พบ วูล์ฟ แฮมตัน วันเดอเรอร์ และ เชลซี อีกด้วย

     โฮนาส  กูเตียเรซ ต่อสัญญากับสโมสรไปอีก 4 ปี โฮนาส กูตียเรซเล่นได้น่าประทับใจมาก ในฤดูกาลนี้ เปิดด้วยการโชว์เดี่ยว เตะประตูชัยใส่ วูลฟ์แฮมป์ตัน วันเดอเรอร์ พาสโมสรชนะ 2-1  ตัวเขาลงเล่นในบทบาทมิดฟิลด์ตัวกลางเป็นส่วนใหญ่ และทำแต้มได้เสมอ พร้อมฉลองแต้มด้วยหน้ากากสไปเดอร์แมนอย่างเคย

ที่มา : GCLUB

ประวัติของ สเตฟาน โยเวติช

โปรไฟล์ของ สเตฟาน  โยเวติช

ชื่อจริง : สเตฟาน  โยเวติช

บ้านเกิด : ติโตกรัด  ประเทศยูโกสลาเวีย  

ชาว : มอนเตเนโกร

สูง : 185   เซนติเมตร

ทีม: แมนเชสเตอร์ ซิตี้

  ตำแหน่ง : กองหน้า

โปรไฟล์            

          สเตฟาน  โยเวติช ประเดิมเข้าเตะชุดในใหญ่ เมื่อวันที่ 9 เมษายน 2006 ตอนเขาอายุ 16 ปี โดยภายใต้การคุมทัพของ เยอร์เก้น โรเบอร์ ที่ในเกมปะทะ เอฟเค วอซโดวัช  และสเตฟาน โยเวติชทำสามคะแนนได้ในเกม ยูฟ่าคัพ รอบคัดเลือก นัดที่พบ ซรินสกี้ และในเดือนตุลาคม ปี 2007 ตัวเขาได้รับการติดต่อกับ หลายทัพใหญ่ คือ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด และ เรอัล มาดริด เจ้าตัวได้เป็นกัปตันของปาร์ติซานในวัยเพียง 17 ปี ทำให้สเตฟาน โยเวติชเป็นกัปตันที่อายุน้อยที่สุด วันที่ 10 พฤษภาคม 2008 เจ้าตัวเซ็นสัญญารเข้าทัพ ฟิออเรนติน่า ด้วยค่าตัว 8 ล้านปอนด์ และเตะแต้มแรกให้ทัพในศึกแข่ง อตาลันต้า จากจดโทษ วันที่ 5 เมษายน 2009 ต่อมาเจ้าตัวได้ย้ายมาเข้าทัพพรีเมียร์ ลีก อย่างปีศาจแดง วันที่ 19 กรกฎาคม 2013  ด้วยสัญญาค่าตัว 22 ล้านปอนด์ โดยเจ้าตัวเลือกสวมเสื้อหมายเลข 35 ตัวเขาได้ลงเล่นศึกแรกให้แมนยู ในวันที่ 14 กันยายน ในเกมเสมอ 0 – 0 กับสโต๊ค ซิตี้ จากนั้นสเตฟาน โยเวติชยังซัดลูกแรกให้ทีมเมื่อวันที่ 24 กันยายน ในนัดถล่ม วีแกน แอธเลติก 5 – 0 ในถ้วยลีก ต่อมาเมื่อวันที่ 15 กุมภาพันธ์ สเตฟาน โยเวติชยิงประตูแรกในถ้วยเอฟเอ คัพ ในเกมชนะ เชลซี 2-0 ในเอฟเอคัพ รอบ 5 และสเตฟาน โยเวติช ยังแข่งให้ทัพมอนเตเนโกรครั้งแรก ในศึกที่พบฮังการีตัวเขาทำให้สโมสรครั้งแรกในเกมตีเสมอเสมอ ฮังการี 3-3

ที่มา : GCLUB และ SBOBET

ประวัติของ เลโอนาร์โด้ อูยัว

โปรไฟล์ของ เลโอนาร์โด้ อูยัว

ชื่อ-สกุล : เลโอนาร์โด้ อูยัว

วันเกิด : 29 กรกฎาคม 1986

สถานที่เกิด : เจเนอรัล โรก้า ประเทศอาร์เจนติน่า      

ชนชาติ : อาร์เจนติน่า

ความสูง : 190 cm.

สโมสร: สโมสร : เลสเตอร์ ซิตี้       บทบาท : กองหน้า

ประวัติส่วนตัว            

          เลโอนาร์โด้ อูยัว เริ่มเล่นอาชีพลูกหนังเมื่อปี 2002 กับทีมดิวิชั่น 2 ของลีกอาร์เจนติน่าอย่าง I.A.I. จากนั้นปี 2005 เลโอนาร์โด้ อูยัวได้เซ็นสัญญากับ ซาน ลอเรนโซ่ และเป็นส่วนหนึ่งของทีมที่คว้าแชมป์ลีกอาร์เจนติน่าได้  โดยหลังจากนั้นได้ย้ายไปร่วมกับหลายๆทีม จนในปี 2008 เขาเดินทางไปยังสเปน ตัวเขายังค้าแข้งกับทีม ซีดี คาสเตญ่อน โดยกดไปถึง 16 คะแนน ในการเปิดตัวกับทีมปีแรกของเลโอนาร์โด้ อูยัว เจ้าตัวพาสโมสรจบในอันดับที่ 6 

ในวันที่มิถุนายน 2010 เลโอนาร์ อูยัว สลับโยกสโมสรลีกประเทศเดียวกันอย่าง อัลเมเรีย หลังคาสเตญ่อนต้องตกชั้น โดยเซ็นสัญญาเป็นเวลา 5 ปี

เมื่อวันที่ 13 กันยายน 2013 ในศึกทางการนัดที่สองของ เลโอนาร์ อูยัว กับทีมดังเมืองอันดาลูเซีย ทำแต้มแรกให้กับอัลเมเรียได้ในวินาทีสุดท้ายที่เปิดบ้านตีเสมอกับ เรอัล โซเซียดัด 2-2  พอจบฤดูกาล เลโอนาร์ อูยัว ได้ตำแหน่งดาวซัลโว เซกุนดา บี แต่พาทีมจบได้แค่อันดับ 7

    เลโอนาร์ อูยัว ลาจากลีกสเปนเปลี่ยนมายังแดนผู้ดี เมื่อวันที่16 มกราคม 2013 และเซ็นสัญญากับ 4 ปีครึ่งกับ ไบรจ์ตัน และ โฮฟ อัลเบี้ยน โดยไม่มีการเปิดเผยค่าตัว และได้เตะประตูเบิกร่องให้กับทีมในสิบวันให้หลัง ในแมตช์ที่เปิดบ้านพ่าย อาร์เซนอล 3-2 ในศึก เอฟเอ คัพ

  วันที่ 22 กรกฎาคม 2014 ตัวเขาได้ย้ายสโมสรอีกครั้ง คือสโมสรน้องใหม่พรีเมียร์ ลีก อย่าง เลสเตอร์ ซิตี้ พร้อมทั้งเซ็นสัญญา 4 ปี พร้อมค่าตัวที่ถือเป็นสถิติของสโมสรด้วย  8 ล้านปอนด์  กับเสื้อเบอร์ 23 เจ้าตัวลงเปิดตัวในพรีเมียร์ ลีก รอบแรกที่เปิดบ้านตีเสมอกับ เอฟเวอร์ตัน ด้วยประตู 2-2 วันที่ 16 สิงหาคม และทำประตูได้ถึงสองแต้มในเกมนั้นด้วย

GCLUB จีคลับ ทางเข้า sbo ทางเข้า SBOBET สโบเบท royal1688 gclub slot gclub casino สมัคร gclub บาคาร่าออนไลน์

เว็บไซต์ที่เกี่ยวข้อง : https://gclub.world/

ประวัติของ มาริโอ บาวูห์ บาโลเตลลี่

โปรไฟล์ของ มาริโอ บาวูห์ บาโลเตลลี่

ชื่อจริง : มาริโอ บาโลเตลลี่

บ้านเกิด : ปาแลร์โม่  ประเทศอิตาลี  

เชื้อชาติ : อิตาลี

ส่วนสูง : 189   เซนติเมตร

ทีม: เอซี มิลาน

  ตำแหน่ง : กองหน้า

 

ประวัติส่วนตัว            

          มาริโอ บาโลเตลลี่ เติบโตที่เมือง ปาแลร์โม่ โดยย้ายบ้านมาจาก กานา พร้อมกับครอบครัว ตอนที่เจ้าตัวอายุได้ 2 ขวบ  และมาริโอ บาโลเตลลี่เป็นลูกบุญธรรมของครอบครัวชาวอิตาลี โดยอาศัยอยู่ในเมือง คอนเซซิโอ เบรสชา ทางตอนเหนือของอิตาลี พร้อมต่อท้ายนามสกุลตัวเองเป็นบาโลเตลลี่

  และ มาริโอ บาโลเตลลี่ เป็นนักบอลกับ ลูเมซซาเน่ จนวัย 15 ปี ก็ได้เลื่อนขั้นติดทัพชุดใหญ่ โดยเริ่มเกมแรกกับ ปาโดว่า ในนัดเซเรีย ซี เมื่อวันที่ 2 เมษายน 2006  เขายังเคยร่วมทัพปีศาจแดง ด้วยค่าตัว 21.8 ล้านปอนด์ โดยเป็นการร่วมงานกันอีกครั้งกับหัวหน้าเก่า โรแบร์โต้ มันชินี่ โดยเลือกใส่เบอร์ 45 ในวันที่ 14 พฤษภาคม 2011 และต่อมา มาริโอ บาโลเตลลี่ ถูกไม่ให้ลงข่งไป 3 การแข่งขัน หลังจากรับใบเหลืองไปอีก เนื่องจากจังหวะไปปะทะกับ บาการี่ ซานญ่า ในเกมแพ้ ปืนใหญ่ 1 – 0 แล้ว เขาพาสโมสรรับแชมป์ พรีเมียร์ ลีก เมื่อปี 1968   

เอซีมิลาน เผยคว้าตัวมาริโอ บาฌลเตลลี่มาร่วมทีม ในวันที่ 29 มกราคม 2013 ด้วยสัญญา 5 ปี มูลค่า 20 ล้านปอนด์  โดย มันชินี่ บอกว่า นี่คือเรื่องที่ถูกต้องที่มาริโอ บาโลเตลลี่ย้ายไป และสักวันเจ้าตัวจะกลายเป็นนักบอลที่ดีสุดในโลก โดย มาริโอ บาโลเตลลี่ ยังคงที่จะสวมเบอร์ 45 เหมือนเดิม

 

GCLUB จีคลับ SBOBET SBO สโบเบท Agent Gclub ทางเข้า sbo

เว็บไซต์ที่เกี่ยวข้อง : https://gclub.world/

ประวัติของ เคย์เลอร์ นาบาส

ประวัติของ เคย์เลอร์ นาบาส

ชื่อจริง : เคย์เลอร์ นาบาส แกมบัว 

สถานที่เกิด : ซาน ไอซิโดร  ประเทศคอสตาริก้า

ชาว : คอสตาริเซนเซ่ 

ส่วนสูง : 184   cm.

  ตำแหน่ง : ผู้รักษาประตู

สโมสร: บาเยิร์น มิวนิค 

โปรไฟล์            

           เคย์เลอร์ นาบาส ตัวเขาเติบโตที่เมือง ซาน ไอซิโดร และได้ฐานะผู้รักษาประตูอาชีพในวันที่ 6 พฤศจิกายน 2005 ให้กับทีม เดปอร์ติโว ซาปริสซ่า ซึ่งเป็นศึกลีกที่ปะทะกับ เดปอร์ติวา การ์เมลิต้า และเคย์เลอร์ นาบาสก็เป็นมือหนึ่งให้กับ ซาปริสซ่า ตลอดช่วง 2 ปีท้าย จากที่เป็นมายาวนานถึง 5 ปี และเคย์เลอร์ นาบาสช่วยให้สโมสรคว้าแชมป์ไปทั้งหมด 7 โทรฟี่ ต่อมาเมื่อวันที่ 10 กรกฏาคม 2010 ตัวเขาได้ย้ายไปอัลบาเซเต้ ในประเทศสเปน เคย์เลอร์ นาบาสเป็นโกลด์ให้กับทัพใหม่ไป 36 จากทั้งหมด 42 นัดในปีแรก ส่วนในปี 2011 – 2012 เขา ได้มาอยู่กับสโมสรระดับลา ลีก้า กับเลบันเต้ แบบยืมตัว 1 ปีเมื่อวันที่ 13 พฤษภาคม 2012 ในแมตซ์เปิดบ้านถล่มแอธบิลเบา 3 – 0 ลูก พร้อมทั้งมีส่วนช่วยให้เลบันเต้ ได้สิทธิ์ไปแข่งยูโรป้า ลีก เป็นครั้งแรกในทัพ

   และในปีต่อมา เจ้าตัวได้ย้ายมาอยู่กับกองทัพเลบันเต้แบบตลอดไป โดยเข้าไปเป็นตัวสำรองของกุสตาโว มูนัว และกว่าเขาจะได้โอกาสเป็นมือหนึ่ง เจ้าตัวต้องอดทนรอถึง 2 ปี ซึ่งในปีที่ 2013 ถึง 2014 เขา ได้เป็นผู้รักษาประตูถึง 37 นัด พร้อมทั้งพา เลบานเต้ จบอยู่อันดับที่ 10

 

GCLUB จีคลับ SBOBET สโบเบท ทางเข้า sbo

ขอบคุณบทความจาก : https://gclub.world/

ประวัติของ คัลลั่ม แชมเบอร์ส

ประวัติของ คัลลั่ม แชมเบอร์ส

ชื่อ-สกุล : คัลลั่ม แชมเบอร์ส

สถานที่เกิด : ปีเตอร์สฟิลด์   ประเทศอังกฤษ

ชนชาติ : อังกฤษ

สูง : 182   ซม.

บทบาท : กองหลัง

สโมสร: อาเซน่อล

โปรไฟล์

คัลลั่ม แชมเบอร์ส เจ้าตัวเป็นหนึ่งในสี่แข้งเยาวชน ที่ถูกผลักขึ้นมาสู่ทีมชุดใหญ่ โดยที่คัลลั่ม แชมเบอร์ส สวมเสื้อหมายเลข 28 และได้โอกาสลงสนามในซีซั่น ในเกมเมโมเรียล คัพ ซึ่งปะทะกับอันเดอร์เลชท์ ซึ่งลงสนามในตำแหน่งตัวสำรองในครึ่งเวลาหลัง ส่วนนัดที่เป็นทางการ ทางด้าน คัลลั่ม แชมเบอร์ส ได้ลงเป็นตัวจริงครั้งแรกในศึกลีก คัพ รอบที่ 2 ซึ่ง บุก สตีฟเนจ ไปด้วยประตู 4 – 1  แล้วต่อมาเขาได้ต่อสัญญายาวกับต้นสังกัด เมื่อวันที่ 31 กรกฏาคม 2013 ขยายไปอีก 4 ปี และมีโอกาสได้ลงสนามในเกมพรีเมียร์ลีกแบบเต็ม 90 นาที ในการแขงขันชนะ เวสต์บรอมวิช 1 – 0 แต้ม อย่างไรก็ตาม เมื่อวันที่ 28 กรกฏาคม 2014 มีการแถลงข่าวปล่อยตัว คัลลั่ม แชมเบอร์ส ไปอยู่กับ ทัพปืนใหญ่ คู่แข่งร่วมลีกด้วยค่าตัว 11 ล้านปอนด์ ก่อนจะกลายเป็น 16 ล้านปอนด์ ตามข้อตกลง ดูทีวีออนไลน์ hd

คัลลั่ม แชมเบอร์ส ได้ลงสนามในศึกทัพอังกฤษชุดยู -17 เมื่อในวันที่ 2 กุมภาพันธ์ โดยแข่งกับโปรตุเกส หลังจากนั้นในเดือนกันยายน 2012 เจ้าตัว ถูกผลักขึ้นเข้าทีมชุดยู -19 พร้อมทั้งได้ลงสนามครบ 90 นาที ศึกต้อนเอสโตเนีย 3 – 0 ต่อมาในวันที่ 28 กันยายน เขาได้ลงสนามในตำแหน่งที่เป็นเพียงตัวสำรองในนัดที่เจอกับหมู่เกาะฟาโร ยู-19 ซึ่งอังกฤษ ถล่มไปด้วยแต้ม 6 – 0 คะแนน

GCLUB จีคลับ SBOBET สโบเบท

ที่มา : https://gclub.world/

ประวัติของ ดูซาน ทาดิช

ประวัติของ ดูซาน ทาดิช

ชื่อจริง : ดูซาน ทาดิช

เกิดวัน : 20 พฤศจิกายน 1988

สถานที่เกิด : บาชก้า โทโปล่า, ยูโกสลาเวีย

ชนชาติ : เซอร์เบีย

ความสูง : 181 ซม.

สโมสร: สโมสร : เซาแธมป์ตัน       บทบาท : กองกลางตัวรุก

โปรไฟล์

ทาดิช เก็บเกี่ยวประสบการณ์และทักษะการเล่นฟุตบอลระดับเยาวชนกับทีมบ้านเกิด  ก่อนที่เขาจะเซ็นสัญญากับ วอจโวดิน่า เพื่อเป็นนักเตะมืออาชีพ และได้ลงแข่งการแข่งขันแบบทางการของลีก เมริเดียน ซูเปอร์ลีกา ด้วยวัยเพียง18ขวบ ตอนที่แข่งให้กับ วอจโวดิน่า เจ้าตัวได้รับประสบการณ์อันทรงคุณค่ากับการได้แข่งกับสโมสรอันดับต้นๆของโลกอีกมากมาย และเจ้าตัวได้ลงแข่งเกือบทุกแมตในเวลาเกือบ 4 ฤดูกาล โดยไม่มีปัญหาอาการบาดเจ็บเลย           เจ้าตัวในการปะทะ ยูโรป้า ลีก รอบคัดเลือก ปี 2009-10 โดยเตะประตูใส่ ออสเตรีย เวียน ในขณะที่มีวัยแค่ 20 ขวบ royal1688 gclub online gclub casino สมัคร gclub

เซาแธมป์ตัน

ตัวเขา กลายเป็นนักบอลคนแรกที่โดนจับตัวเข้าสู่สโมสร นักบุญ ภายใต้การคอนโทรทีมของ โรนัลด์ คูมัน ซึ่งบอสสโมสรคนใหม่ เมื่อในวันที่ 8 กรกฎาคม 2014 โดยมีการเซ็นสัญญา 4 ปี แบบไม่มีการเปิดเผยเงินเดือน คาดน่าจะราวๆ ประมาณ 572 ล้านบาท   เจ้าตัวลงแข่งขันเปิดตัวเกมแรกในเกมเปิดฤดูกาลพรีเมียร์ ลีก อังกฤษ โดยแพ้ให้กับ ลิเวอร์พูล ด้วยคะแนน 2-1 เมื่อวันที่ 17 สิงหาคม ลงเตะไป 74 นาที ก่อนถูกเปลี่ยนตัวกับ เชน ลอง โดย ทาดิช ได้สร้างแอสซิสต์ ให้ นาธาเนียล ไคลน์ ยิงประตูได้ด้วยในการแข่งขันนี้

ทีมชาติ

ทาดิช มีนามเป็นผู้เล่นทีมชาติ เซอร์เบีย ครั้งแรกในปี 2008 ในวัยเพียง 19 ปี ก่อนหลุดจากสโมสรไป จนในปี 2011 ก็กลายเป็นผู้เล่นขาประจำของเซอร์เบีย และเป็นส่วนหนึ่งที่ได้ลงแข่งรอบคัดเลือกบอลโลก 2014 แต่ก็ต้องผิดหวัง ตกรอบไป โดยเขาได้เตะคะแนนแรกของเขาให้กับสโมสรเซอร์เบีย ในรอบคัดเลือกฟุตบอลโลก 2014 ที่เอาชนะ เวลส์ไป ด้วยคะแนน 6-1 ในวันที่ 12 กันยายน 2012 ในการติดสโมสรเกมส์ที่ 8 ของตัวเขา

ที่มา : https://gclub.world/

โปรไฟล์ของ เจมี่ ริชาร์ด วาร์ดี้

โปรไฟล์ของ เจมี่ ริชาร์ด วาร์ดี้

ชื่อเต็ม : เจมี่ ริชาร์ด วาร์ดี้

ว\ด\ป : 11 มกราคม 1987

เกิดที่ : เชฟฟิลด์ ประเทศอังกฤษ

ชนชาติ : อังกฤษ

ส่วนสูง : 178 cm.

ทีม: สโมสร : เลสเตอร์ ซิตี้       ตำแหน่ง : กองหน้า

ประวัติส่วนตัว

เจมี่ ริชาร์ด วาร์ดี้ เริ่มเตะฟุตบอลกับสโมสรเยาวชนของ สต๊อกส์บริดจ์ พาร์ค สตีลส์ ในวัยเพียง 16 ปี หลังจากที่ได้ถูกปล่อยตัวมาจาก เชฟฟิลด์ เวนส์เดย์ เขาเล่นได้ดีจนถูกย้ายตำแหน่งให้เข้าทีมสำรอง และไปถึงทีมชุดใหญ่ ในปี 2007 และในเดือนมิถุนายน 2010 เขา ได้เข้ามาร่วมสโมสร ฮาลิแฟกซ์ ทาวน์ ของ นีล แอสพิน เจ้าตัวได้ประเดิมนัดแรกเมื่อวันที่ 21 สิงหาคม 2010 พร้อมทั้งกับทำประตูชัยให้สโมสรชนะ บักซ์ตัน ด้วยสกอร์ 2 – 1 ตัวเขาประสบณ์ความสำเร็จ ด้วยการเตะคะแนนไป 27 ลูก และเจ้าตัวยังถูกโหวตให้เป็นนักเตะแห่งปีของสโมสร  หลังจากเริ่มต้นปี 2011 – 2012 และเตะไป 3 คะแนน หลังจาก 4 ศึกกับ ฮาลิแฟกซ์ วาร์ดี้ ก็ถูก ฟลีทวู้ด ทาวน์ เอาตัวมาเข้าสโมสรและไม่เปิดเผยค่าตัว เขาได้แข่งทันที ในการแข่งขัน เจมี่ ริชาร์ด วาร์ดี้ตีเสมอ ยอร์ค ซิตี้ 0 – 0 และเขาจบฤดูกาลด้วยการเป็นดาวซัลโวสูงสุดของลีก และได้รับรางวัลนักบอลยอดเยี่ยม คอนเฟอเร้น เนชั่ลแนล ประจำเดือนพฤศจิกายน ดูทีวีออนไลน์ช่อง8

ต่อมาในวันที่ 17 พฤษภาคม 2012 เจมี่ ริชาร์ด วาร์ดี้ ได้เคลื่อนมาเข้าสโมสร เลสเตอร์ ซิตี้ ด้วยค่าตัว 1.7 ล้านปอนด์ ถือเป็นสถิติของนักบอลนอกลีก พร้อมเซ็นสัญญา 3 ปีและในฤดูกาลต่อมา เจ้าตัว ฟื้นฟอร์มยิงแหลก และจบที่ 16 ลูก พาสโมสรเลื่อนชั้นพรีเมียร์ ลีก ในฐานะแชมป์แชมเปี้ยนชิพ และ เจมี่ ริชาร์ด วาร์ดี้  ได้เพิ่มสัญญาของตัวเขาไปจนถึงปี 2018

ดูทีวีออนไลน์ช่อง 3 ดูทีวีออนไลน์ ช่อง7

ที่มา : http://gclub.world/

ผู้สนับสนุนโพสต์นี้ : ดูทีวีออนไลน์

วิเคราะห์บอลวันนี้ เจแปน ลีก คัพ กัมบะ โอซาก้า[5]VS นาโกย่า แกรมปัส เอต[8] 7M

ทรรศนะจากเซียน
ทรรนะ:
สกอร์ที่คาด: 1-0
การกันล่าสุด กัมบะ โอซาก้า[5] – นาโกย่า แกรมปัส เอต[8] [เจแปน ลีก คัพ]
ลีก เวลา ทีม คะแนน ทีม แฮนดี้แค็ป Odds สูง/ต่ำเต็มเวลา
(2.5) คี่คู่ ครึ่งรอบ สูง/ต่ำครึ่งรอบ
(0.75)
JPN D1 15/07/15 นาโกย่า แกรมปัส เอต 3-2 กัมบะ โอซาก้า* 0.5 แพ้ O คี่ 0-2 O
JPN D1 03/04/15 กัมบะ โอซาก้า* 3-1 นาโกย่า แกรมปัส เอต 0.5/1 ชนะ O คู่ 1-0 O
JPN D1 16/08/14 กัมบะ โอซาก้า* 0-1 นาโกย่า แกรมปัส เอต 0.5/1 แพ้ U คี่ 0-0 U
JPN D1 10/05/14 นาโกย่า แกรมปัส เอต 1-2 กัมบะ โอซาก้า* 0/0.5 ชนะ O คี่ 0-0 U
JPN D1 18/08/12 นาโกย่า แกรมปัส เอต* 0-5 กัมบะ โอซาก้า 0.5 แพ้ O คี่ 0-2 O
JPN D1 27/06/12 กัมบะ โอซาก้า* 2-2 นาโกย่า แกรมปัส เอต 0 เสมอ O คู่ 1-2 O
JPN D1 15/10/11 นาโกย่า แกรมปัส เอต* 4-1 กัมบะ โอซาก้า 0/0.5 ชนะ O คี่ 1-1 O
JPN D1 17/08/11 กัมบะ โอซาก้า* 2-2 นาโกย่า แกรมปัส เอต 0/0.5 แพ้1/2 O คู่ 1-0 O
JPN D1 22/08/10 นาโกย่า แกรมปัส เอต* 3-1 กัมบะ โอซาก้า 0/0.5 ชนะ O คู่ 2-1 O
JPN D1 06/03/10 กัมบะ โอซาก้า* 1-2 นาโกย่า แกรมปัส เอต 0/0.5 แพ้ O คี่ 1-1 O
JE Cup 01/01/10 กัมบะ โอซาก้า(N)* 4-1 นาโกย่า แกรมปัส เอต 0.5 ชนะ O คี่ 1-1 O
JPN D1 23/08/09 กัมบะ โอซาก้า(N)* 2-3 นาโกย่า แกรมปัส เอต 0.5 แพ้ O คี่ 2-0 O
JPN D1 05/07/09 นาโกย่า แกรมปัส เอต 2-1 กัมบะ โอซาก้า* 0/0.5 แพ้ O คี่ 1-1 O
JE Cup 25/12/08 กัมบะ โอซาก้า(N)* 2-1 นาโกย่า แกรมปัส เอต 0/0.5 ชนะ O คี่ 2-0 O
JPN D1 13/09/08 กัมบะ โอซาก้า* 0-1 นาโกย่า แกรมปัส เอต 0/0.5 แพ้ U คี่ 0-1 O
JPN D1 03/05/08 นาโกย่า แกรมปัส เอต 1-2 กัมบะ โอซาก้า* 0/0.5 ชนะ O คี่ 1-1 O
JPN JSL 02/09/07 นาโกย่า แกรมปัส เอต 1-3 กัมบะ โอซาก้า* 0.5/1 ชนะ O คู่ 0-1 O
JPN D1 01/09/07 นาโกย่า แกรมปัส เอต 1-4 กัมบะ โอซาก้า* 0.5/1 ชนะ O คี่ 0-1 O
JPN D1 16/06/07 กัมบะ โอซาก้า* 3-1 นาโกย่า แกรมปัส เอต 1 ชนะ O คู่ 0-1 O
JPN JSL 10/06/07 กัมบะ โอซาก้า* 1-0 นาโกย่า แกรมปัส เอต 0.5/1 ชนะ1/2 U คี่ 0-0 U
JPN D1 27/08/06 นาโกย่า แกรมปัส เอต 3-3 กัมบะ โอซาก้า* 0.5 แพ้ O คู่ 3-1 O
JPN D1 22/07/06 กัมบะ โอซาก้า* 5-1 นาโกย่า แกรมปัส เอต 1.5 ชนะ O คู่ 2-0 O
JPN D1 20/11/05 นาโกย่า แกรมปัส เอต 2-1 กัมบะ โอซาก้า* 0.5 แพ้ O คี่ 1-1 O
JPN D1 08/05/05 กัมบะ โอซาก้า* 3-1 นาโกย่า แกรมปัส เอต 0/0.5 ชนะ O คู่ 2-0 O
JPN D1 14/08/04 นาโกย่า แกรมปัส เอต* 1-2 กัมบะ โอซาก้า 0 แพ้ O คี่ 0-2 O
JLC 17/07/04 นาโกย่า แกรมปัส เอต 2-2 กัมบะ โอซาก้า O คู่ 2-1 O
JPN D1 02/05/04 กัมบะ โอซาก้า* 0-2 นาโกย่า แกรมปัส เอต 0/0.5 แพ้ U คู่ 0-0 U
JPN D1 25/10/03 กัมบะ โอซาก้า* 3-1 นาโกย่า แกรมปัส เอต 0 ชนะ O คู่ 1-0 O
JPN D1 19/07/03 นาโกย่า แกรมปัส เอต 1-1 กัมบะ โอซาก้า U คู่ 1-1 O
พบกัน 29 คู่, กัมบะ โอซาก้า: ชนะ 14(48.28%), เสมอ 5(17.24%), แพ้ 10(34.48%).
เปิดตลาด 27 คู่, กัมบะ โอซาก้า: ชนะ 14(51.85%), เสมอ 1(3.70%), แพ้้ 12(44.44%).
24 คู่สูง, 5 คู่ต่ำ, 13 คู่, 16 คี่, 25 คู่สูง/ครึ่งเวลา, 4 คู่ต่ำ/ครึ่งเวลา
Continue reading